ยกระดับการเงินองค์กรเชิงกลยุทธ์...สู่มาตรฐานสากล

บริการให้คำปรึกษาและวางแผน

ด้านภาษีอากร

"ในยุคที่กฎหมายภาษีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา BIZ พร้อมทำงานเชิงรุก (Proactive) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคุณ เราคอยอัปเดตข้อบังคับใหม่ๆ พร้อมติดตามสิทธิประโยชน์ เครดิตภาษี และค่าลดหย่อนต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนรักษากำไรสูงสุดให้ธุรกิจคุณ"

คุยกับหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญของเรา

 เราช่วยลูกค้าได้อย่างไร

BIZ ผสานความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีไทยและมาตรฐานสากล เพื่อบริหารจัดการภาษีอย่างชาญฉลาดและเพิ่มผลกำไรสูงสุดให้กับธุรกิจคุณ

ดูแลครอบคลุมทุกมิติ

จัดการความซับซ้อนของระเบียบภาษีไทย ทั้งสำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่แล้วและองค์กรที่กำลังขยายตลาด ให้ถูกต้องตามกฎหมาย 100%

ที่ปรึกษาเบ็ดเสร็จในจุดเดียว

บริการครบวงจรตั้งแต่การวางกลยุทธ์ไปจนถึงการยื่นแบบรายเดือนและรายไตรมาส ด้วยโซลูชันที่นำไปใช้ได้จริงและลดความเสี่ยงอย่างรัดกุม

อัปเดตข้อมูลฉับไว

แจ้งเตือนทุกความเคลื่อนไหวและประกาศล่าสุดจากกรมสรรพากร เพื่อให้ธุรกิจของคุณปรับตัวและรับมือกับข้อบังคับใหม่ได้ทันสถานการณ์

 Input: สิ่งที่เราจะทำเมื่อให้ BIZ เป็นที่ปรึกษา

ปรับปรุงระบบบัญชี ให้องค์กรพร้อมเติบโตไปอีกขั้น

กิจการที่มีขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีพนักงานมากกว่า 10 คน จำเป็นต้องมีระบบบัญชีที่ดี

1) การวางแผนภาษีบริษัท

 การบริหารจัดการเครดิตภาษี (Tax Credit): 

เราช่วยคุณวางแผนและติดตามสิทธิประโยชน์จากเครดิตภาษีต่างๆ เช่น เรดิตภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) หรือสิทธิพิเศษทางภาษีอื่นๆ เพื่อนำมาใช้หักลบกับภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปี ช่วยให้บริษัทจ่ายภาษีจริงน้อยลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 การขอคืนภาษีของบริษัท (Corporate Tax Refund): 

หากบริษัทของคุณถูกหักภาษีไว้เกินกว่าภาระภาษีที่ต้องจ่ายจริง เราพร้อมช่วยประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบความพร้อมของเอกสาร และเป็นตัวแทนดำเนินการขอคืนภาษีจากกรมสรรพากรอย่างรัดกุม เพื่อนำเงินสดกลับคืนสู่กระเป๋าของธุรกิจคุณอย่างปลอดภัย

 การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax - VAT): 

วางระบบควบคุมใบกำกับภาษีซื้อ-ภาษีขายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม พร้อมวางกลยุทธ์การยื่นแบบและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง (Cash Flow) ให้กับกิจการในแต่ละเดือน

 การวางแผนภาษีกำไรจากทุน (Capital Gains Tax): 

สำหรับการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท, การขายหุ้น, หรือการปรับโครงสร้างทุน เราช่วยให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อจัดโครงสร้างธุรกรรมเหล่านั้นให้เกิดภาระภาษีจากกำไร (Capital Gains) น้อยที่สุด ช่วยปกป้องผลตอบแทนจากการลงทุนของคุณ

2) การวางระบบและควบคุมภายใน

 เราช่วยวิเคราะห์และปรับปรุงระบบบัญชี พร้อมวาง Flow ของเอกสารเพื่อให้เกิดการควบคุมภายใน ซึ่งจะช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือการตกหล่นของข้อมูล

3) การกำกับดูแลบุคลากร

 เราจัดทำรายงานการเงิน วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน วิเคราะห์สภาพคล่องของเงินสด และสร้างรายงานวางแผนทางภาษี เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ

 Output: สิ่งที่คุณจะได้รับ

การวางแผนภาษีที่ชาญฉลาด

คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

ลดภาระภาษีให้เหลือน้อยที่สุด: บริหารจัดการตัวเลขทางบัญชีเพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีอย่างถูกต้องและรัดกุมตามกฎหมาย

บริหารกระแสเงินสดอย่างชาญฉลาด: ช่วยให้คุณควบคุมระยะเวลา (Timing) ในการชำระภาษีได้อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของกิจการ

ดึงสิทธิประโยชน์มาใช้ให้คุ้มค่าสูงสุด: วิเคราะห์และใช้สิทธิ์ลดหย่อน รวมถึงเครดิตภาษี (Tax Credit) ที่ธุรกิจของคุณพึงได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 OUTCOME: สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อปรับปรุงระบบบัญชี

ผลสัมฤทธิ์ที่ต่อยอดความสำเร็จให้องค์กรคุณ

เคลื่อนกลยุทธ์ ลดความเสี่ยง และปลดล็อกศักยภาพให้องค์กรของคุณพร้อมสเกลไปอีกขั้น

 อุดรอยรั่วทางการเงินและภาษีได้ 100% (Zero-Risk Compliance)

Outcome: องค์กรปลอดภัยจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลังและค่าปรับของสรรพากร

Scale up: นำเงินทุนที่อาจต้องเสียไปกับค่าปรับ มาใช้เป็นกระแสเงินสดหมุนเวียน (Cash Flow) เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีหรือขยายทีมงานแทน

 ตัดสินใจแม่นยำและเฉียบขาดขึ้น (Data-Driven Decision Making)

Outcome: ผู้บริหารมองเห็นสุขภาพธุรกิจที่แท้จริงแบบ Real-time ไม่ต้องเดาสถานการณ์การเงิน

Scale up: สามารถใช้ข้อมูลเจรจาขอสินเชื่อ เจรจากับคู่ค้า หรือเลือกลงทุนเปิดสาขาใหม่ได้อย่างมั่นใจและถูกจังหวะเวลา

 โครงสร้างธุรกิจพร้อมสเกลระดับภูมิภาค (Seamless Scalability)

Outcome: ระบบบัญชีและภาษีขององค์กรได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับทั้งในไทยและต่างประเทศ

Scale up: ธุรกิจพร้อมเสมอสำหรับการเติบโตก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการควบรวมกิจการ (M&A), การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ (FDI), หรือการขยายฐานปฏิบัติการ (Hub) ออกไปสู่ตลาดอาเซียน

 คืนเวลาอันมีค่าให้ผู้บริหาร (Focus on Core Business):

Outcome: ลดความปวดหัวและลดภาระงานหลังบ้านของผู้บริหาร

Scale up: ผู้บริหารและทีมงานระดับสูงมีเวลาเต็มที่ในการคิดค้นกลยุทธ์ หาลูกค้าใหม่ และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

คำถามทั่วไป
เมื่อไหร่ที่ควรจดบริษัท
เมื่อมีธุรกิจที่มีรายได้เกิน 8 ล้านบาทขึ้นนั้นควรที่จะเริ่มจดบริษัท เพราะฐานภาษีของบริษัทนั้นต่ำกว่า ภาษีบุคคลธรรมดาและเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่ค่าใช้จ่ายในการดูแลบริษัทนั้นก็จะมีเพิ่มเติมขึ้นมา
บุคคลธรรมดาจดVAT คือ?
บุคคลนั้นก็คือตัวเรา คือการเอาชื่อของเราเองนั้นไปจดเป็นบุคคลธรรมดาจดVAT ในกรณีที่เรานั้นรายได้เกิน 1.8 ล้านและอาจจะทำงานคนเดียวเป็นหลัก มีทีมงานอยู่ 2-5 คน ค่าใช้จ่ายในการดูแลนั้นก็ย่อมเยาว์กว่าการจดบริษัท
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy